
การปฏิบัติในพิธีพระราชทานเพลิงศพ
แผนกแบบธรรมเนียม กองการปกครอง สํานักปกครองและบริการกําลังพล กรมกําลังพลทหารบก
กรณีผู้วายชนม์ได้รับพระราชทานโกศ และได้รับพระราชทานผ้าไตรทอดถวายพระสงฆ์
พิธีเริ่มขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทาน พร้อมเชิญผ้าไตรพระราชทาน จํานวน ๕ ผืน ขึ้นตั้งบนเมรุ ในขณะนั้นญาติของผู้วายชนม์และผู้แทนหน่วยงาน ตั้งแถวรับกล่องเพลิงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทาน ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีอยู่ในอาการสํารวม

เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทานเดินขึ้นบนเมรุ ญาติและผู้แทนหน่วยงานหันหน้าไปทางเมรุ และโค้งแสดงความเคารพศพ พร้อมกับเจ้าหน้าที่เชิญกล่องเพลิงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทาน
หลังจากนั้น ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่งแถวเข้าประจําจุด สั่ง “ติดดาบ”
พิธีกรเริ่มนําเข้าสู่ลําดับพิธีการ เริ่มจากอ่านหมายรับสั่งสํานักพระราชวัง อ่านสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประวัติผู้วายชนม์

พิธีกรเรียนเชิญประธานขึ้นทอดผ้าไตรพระราชทาน และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อประธานเดินขึ้นเมรุ ให้หยุดยืนหน้าโกศแล้วหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง จากนั้นหันกลับมาทางโกศ รับผ้าไตรพระราชทานจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เริ่มทอดผ้าไตรพระราชทานผืนที่ ๑ ที่มุมฐานโกศรองในด้านซ้ายของประธาน จากนั้นทอดผ้าไตรพระราชทานให้ครบทั้ง ๔ มุม โดยเดินวนรอบตามเข็มนาฬิกา ส่วนผืนสุดท้าย ให้ทอดด้านหน้าฐานโกศรองในตามแนวขวาง ประธานก้าวถอยหลัง ประนมมือขณะพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตร และลดมือลงเมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตรจบ

แล้วหยิบกระทงข้าวตอกวางที่มุมขวาใต้ฐานโกศ และหยิบกระทงดอกไม้วางที่มุมซ้ายใต้ฐานโกศ เมื่อวางเสร็จ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่งแถว “ตรงหน้าระวัง” แตรเดี่ยวเป่าแตรนอน ๑ จบ

ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนไว้อาลัย เมื่อแตรจบ ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง แล้วหันกลับมาทางโกศ รับดอกไม้จันทน์พระราชทาน จุดจากไฟพระราชทาน วางใต้โกศบนฐานฟืน

ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “วันทยาวุธ” ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ (กรณีไม่มีวงดุริยางค์ให้ใช้แตรเดี่ยวเป่าเพลงคํานับ ๑ จบ) เมื่อเพลงจบ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “เรียบอาวุธ” ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง วงดุริยางค์บรรเลงเพลงพญาโศก

ประธานหันกลับมาทางโกศรับดอกไม้จันทน์วางเป็นการส่วนตัว วางใต้ฐานโกศหน้าฐานฟืน แสดงความเคารพศพ ๑ ครั้ง และเดินกลับที่นั่งรับรองเป็นอันเสร็จพิธี ผู้ร่วมพิธีขึ้นเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์
กรณีผู้วายชนม์ได้รับพระราชทานโกศ แต่ไม่ได้รับพระราชทานผ้าไตรทอดถวายพระสงฆ์
พิธีเริ่มขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นตั้งบนเมรุ ในขณะนั้นญาติของผู้วายชนม์และผู้แทนหน่วยงาน ตั้งแถวรับกล่องเพลิงพระราชทาน ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีอยู่ในอาการสํารวม

เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทานเดินขึ้นบนเมรุ ญาติและผู้แทนหน่วยงานหันหน้าไปทางเมรุ และโค้งแสดงความเคารพศพ พร้อมกับเจ้าหน้าที่เชิญกล่องเพลิงพระราชทาน
หลังจากนั้น ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ สั่งแถวเข้าประจําจุด สั่ง “ติดดาบ”
พิธีกรเริ่มนําเข้าสู่ลำดับพิธีการ เริ่มจากอ่านหมายรับสั่งสํานักพระราชวัง อ่านสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประวัติผู้วายชนม์

พิธีกรเรียนเชิญประธานขึ้นทอดผ้าไตร และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยผู้แทนเจ้าภาพ ๑ ท่าน เชิญผ้าไตรบังสุกุล จํานวน ๑ ไตร เดินตามเยื้องด้านซ้ายของประธาน
เมื่อประธานเดินขึ้นเมรุ ให้หยุดยืนหน้าโกศ รับผ้าไตรทอดด้านหน้าฐานโกศรองในตามแนวขวาง ประธานก้าวถอยหลัง ยืนหน้าโกศ ประนมมือขณะพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตร และลดมือลงเมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตรจบ แล้วหยิบกระทงข้าวตอกวางที่มุมขวาใต้ฐานโกศ และหยิบกระทงดอกไม้วางที่มุมซ้ายใต้ฐานโกศ เมื่อประธานวางเสร็จ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่งแถว “ตรงหน้าระวัง” แตรเดี่ยวเป่าแตรนอน ๑ จบ ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนไว้อาลัย
เมื่อแตรจบ ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง แล้วหันกลับมาทางโกศ รับดอกไม้จันทน์พระราชทาน จุดจากไฟพระราชทาน วางใต้โกศบนฐานฟืน

ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “วันทยาวุธ” ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ (กรณีไม่มีวงดุริยางค์ ให้ใช้แตรเดี่ยวเป่าเพลงคํานับ ๑ จบ) เมื่อเพลงจบ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “เรียบอาวุธ” ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง วงดุริยางค์บรรเลงเพลงพญาโศก

ประธานหันกลับมาทางโกศ รับดอกไม้จันทน์วางเป็นการส่วนตัว วางใต้ฐานโกศหน้าฐานฟืน แสดงความเคารพศพ ๑ ครั้ง และเดินกลับที่นั่งรับรอง เป็นอันเสร็จพิธี ผู้ร่วมพิธีขึ้นเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์
กรณีผู้วายชนม์ได้รับพระราชทานหีบศพ และได้รับพระราชทานผ้าไตรทอดถวายพระสงฆ์
พิธีเริ่มขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทาน พร้อมเชิญผ้าไตรพระราชทาน จํานวน ๕ ผืน ขึ้นตั้งบนเมรุ ในขณะนั้นญาติของผู้วายชนม์และผู้แทนหน่วยงาน ตั้งแถวรับกล่องเพลิงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทาน ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีอยู่ในอาการสํารวม

เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทานเดินขึ้นบนเมรุ ญาติและผู้แทนหน่วยงานหันหน้าไปทางเมรุและโค้งแสดงความเคารพศพ พร้อมกับเจ้าหน้าที่เชิญกล่องเพลิงพระราชทานและผ้าไตรพระราชทาน
หลังจากนั้น ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ สั่งแถวเข้าประจําจุด สั่ง “ติดดาบ”
พิธีกรเริ่มนําเข้าสู่ลําดับพิธีการ เริ่มจาก อ่านหมายรับสั่งสํานักพระราชวัง อ่านสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประวัติผู้วายชนม์

พิธีกรเรียนเชิญประธานขึ้นทอดผ้าไตร และประกอบพิธีพระราชทานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อประธานเดินขึ้นเมรุ ให้หยุดยืนหน้าหีบศพ แล้วหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง จากนั้นหันกลับมาทางหีบศพ รับผ้าไตรพระราชทานจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เริ่มทอดผ้าไตรพระราชทานผืนที่ ๑ ผืนที่ ๒ ผืนที่ ๓ ผืนที่ ๔ และผืนที่ ๕ เรียงซ้อนกัน หรือเรียงชิดติดกัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ โดยทอดเรียงซ้ายไปขวาจนครบทั้ง ๕ ผืน ประธานก้าวถอยหลัง ประนมมือขณะพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตร และลดมือลงเมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตรจบ

แล้วหยิบกระทงข้าวตอกวางที่มุมขวาใต้ฐานหีบศพ และหยิบกระทงดอกไม้วางที่มุมซ้ายใต้ฐานหีบศพ เมื่อประธานวางเสร็จ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่งแถว “ตรงหน้าระวัง” แตรเดี่ยวเป่าแตรนอน ๑ จบ ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนไว้อาลัย เมื่อแตรจบ ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง แล้วหันกลับมาทางหีบศพ รับดอกไม้จันทน์พระราชทาน จุดจากไฟพระราชทาน วางใต้หีบศพบนฐานฟีน

ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “วันทยาวุธ” แตรเดี่ยวเป่าเพลงคํานับ ๑ จบ ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนไว้อาลัย พระสงฆ์สวดหน้าไฟ ๑ จบ เมื่อแตรเดี่ยวจบ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ สั่ง “เรียบอาวุธ” ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง ประธานหันกลับมาทางหีบศพ รับดอกไม้จันทน์วางเป็นการส่วนตัว วางใต้หีบศพหน้าฐานฟืน แสดงความเคารพศพ ๑ ครั้ง และเดินกลับที่นั่งรับรอง

ประกอบพิธีพับธงชาติ มอบธงชาติ มอบใบประกาศเกียรติคุณ มอบเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ในระหว่างกระทําพิธี ให้เปิดเพลงคนดีไม่มีวันตาย เมื่อเสร็จพิธีมอบแล้ว ผู้ร่วมพิธีขึ้นเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์ พระสงฆ์สวดจบที่ ๒ – ๔ ต่อไป
กรณีผู้วายชนม์ได้รับพระราชทานหีบศพ แต่ไม่ได้รับพระราชทานผ้าไตรทอดถวายพระสงฆ์
พิธีเริ่มขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นตั้งบนเมรุ ในขณะนั้นญาติของผู้วายชนม์และผู้แทนหน่วยงาน ตั้งแถวรับกล่องเพลิงพระราชทาน ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีอยู่ในอาการสํารวม

เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีฯ เชิญกล่องเพลิงพระราชทานเดินขึ้นบนเมรุ ญาติและผู้แทนหน่วยงานหันหน้าไปทางเมรุ และโค้งแสดงความเคารพศพ พร้อมกับเจ้าหน้าที่เชิญกล่องเพลิงพระราชทาน
หลังจากนั้น ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ สั่งแถวเข้าประจําจุด สั่ง “ติดดาบ”
พิธีกรเริ่มนําเข้าสู่ลําดับพิธีการ เริ่มจาก อ่านหมายรับสั่งสํานักพระราชวัง อ่านสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประวัติผู้วายชนม์

พิธีกรเรียนเชิญประธานขึ้นทอดผ้าไตร และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยผู้แทนเจ้าภาพ ๑ ท่าน เชิญผ้าไตรบังสุกุล จํานวน ๑ ไตร เดินตามเยื้องด้านซ้ายของประธาน เมื่อประธานเดินขึ้นเมรุให้หยุดยืน หน้าหีบศพ รับผ้าไตรทอดด้านหน้าฐานหีบศพรองในตามแนวขวาง ประธานก้าวถอยหลังยืนหน้าหีบศพ ประนมมือขณะพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตร และลดมือลงเมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าไตรจบ

แล้วหยิบกระทงข้าวตอกวางที่มุมขวาใต้ฐานหีบศพ และหยิบกระทงดอกไม้วางที่มุมซ้ายใต้ฐานหีบศพ เมื่อประธานวางเสร็จ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่งแถว “ตรงหน้าระวัง” แตรเดี่ยวเป่าแตรนอน ๑ จบ ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนไว้อาลัย เมื่อแตรจบ ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง

แล้วหันกลับมาทางหีบศพรับดอกไม้จันทน์พระราชทาน จุดจากไฟพระราชทาน วางใต้หีบศพบนฐานฟีน
ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “วันทยาวุธ” แตรเดี่ยวเป่าเพลงคํานับ ๑ จบ พระสงฆ์สวดหน้าไฟ ๑ จบ เมื่อแตรเดี่ยวจบ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศสั่ง “เรียบอาวุธ”

ประธานหันไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ถวายความเคารพ ๑ ครั้ง ประธานหันกลับมาทางหีบศพ รับดอกไม้จันทน์วางเป็นการส่วนตัว วางใต้หีบศพหน้าฐานฟืน แสดงความเคารพศพ ๑ ครั้ง และเดินกลับที่นั่งรับรอง

ประกอบพิธีพับธงชาติ มอบธงชาติ มอบใบประกาศเกียรติคุณ มอบเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ในระหว่างกระทําพิธี ให้เปิดเพลง คนดีไม่มีวันตาย เมื่อเสร็จพิธีมอบแล้ว ผู้ร่วมพิธีขึ้นเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์ พระสงฆ์ สวดจบที่ ๒ – ๔ ต่อไป
พิธีพับธงชาติ และมอบเงินชดเชยต่าง ๆ แก่ทายาทผู้เสียชีวิต
๑. พระสงฆ์สวดพระพิธีธรรมทํานองหลวง จบที่ ๑ แล้วพักสวด
๒. เข้าสู่พิธีพับธงชาติ ดังนี้
๒.๑ กําลังพลพับธงชาติ จํานวน ๔ นาย และกําลังพลถือกล่องธงชาติ จํานวน ๑ นาย รวม ๕ นาย (นายทหารสัญญาบัตร : แต่งกาย เครื่องแบบปกติขาว คาดกระบี่ สวมถุงมือ ผ้าพันแขนทุกข์ สวมหมวก)

๒.๒ เดินแถวตามระเบียบขึ้นบนเมรุ (สามารถเดินขึ้นเมรุทางด้านหน้าหรือด้านข้าง แล้วแต่สภาพของภูมิประเทศ) เพื่อประกอบพิธีพับธงชาติและมอบธงชาติคลุมหีบศพ ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

๒.๓ เมื่อกําลังพลพับธงชาติเดินแถวเพื่อเริ่มพิธีฯ ให้เปิดเพลงคนดีไม่มีวันตาย (เปิดเพลงเมื่อเริ่มเดิน และปิดเพลงเมื่อนำธงชาติใส่กล่องแล้วเสร็จ)


๒.๔ เมื่อพับธงชาติแล้วเสร็จ ให้นําธงชาติใส่กล่อง หลังจากนั้นกําลังพลพับธงชาติ จํานวน ๑ นาย ถือกล่องธงชาติ เข้ายืนประจําจุดบริเวณด้านหน้าเมรุ
*การปฏิบัติขั้นตอนพับธงชาติให้เป็นไปตามอนุมัติขั้นตอนการจัดพิธีมอบธงชาติคลุมหีบศพเพื่อมอบแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ ทบ. กําหนด

๓. ประธานในพิธีพร้อมคณะผู้ติดตาม และทายาทหรือญาติของผู้วายชนม์ เข้าประจําจุดบริเวณด้านหน้าเมรุ เพื่อทําพิธีมอบธงชาติ พร้อมทั้งมอบเหรียญบางระจัน (ถ้ามี) ใบประกาศเกียรติคุณ และเงินชดเชยต่าง ๆ ได้แก่ เงินพระราชทาน เงินกองทัพบก เงินสินไหมทดแทน และเงินฌาปนกิจ ให้แก่ญาติผู้วายชนม์ ตามลําดับ

๔. หลังจากเสร็จพิธีมอบธงชาติและเงินชดเชยต่าง ๆ ประธานเดินออกจากพื้นที่
๕. พระสงฆ์สวดพระพิธีธรรมทํานองหลวงต่ออีก ๓ จบ
๖. พระคุณเจ้า ผู้ร่วมพิธี ร่วมวางดอกไม้จันทน์ ตามลําดับ


ผังการยืนสําหรับพิธีมอบธงชาติคลุมหีบศพ และมอบเงินชดเชยต่าง ๆ แก่ทายาทผู้วายชนม์

หมายเหตุ :
- หมายเลข ๑ หมายถึง กําลังพลถือกล่องธงชาติ
- หมายเลข ๒ หมายถึง กําลังพลถือพาน
- หมายเลข ๓ หมายถึง กําลังพลถือใบประกาศเกียรติคุณ และซองเงิน/ป้ายเงินชดเชยต่าง ๆ
- ในกรณีที่แถวของทายาทและญาติมีจํานวนน้อย หน่วยต้นสังกัดสามารถยืนร่วมแถวด้วยได้
จัดทำเมื่อ : มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙

